• DS English

เคล็ดลับ 11 ข้อ การเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลเร็วขึ้น

Updated: Jun 24

ถ้าต้องการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลอย่างรวดเร็วคุณต้องเรียนอย่างหนักและเรียนอย่างชาญฉลาด ถ้าคุณต้องการเห็นภาพของคุณเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างมีคุณภาพแล้ว คุณต้องรู้เคล็ดลับในการจดจำภาษาอังกฤษให้ได้ผลเร็วและไม่ลืมมันอีก

ดังนั้น เรามีเคล็ดลับ 11 ข้อที่จะช่วยให้คุณรับรู้ถึงประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด ดังนี้




1. เริ่มซะที!

พูดออกมาเลย! อย่ามัวแต่ลังเล! หากคุณยังมัวแต่นั่งนิ่งอยู่กับที่และคิดอยู่ใจมากเท่าไหร่ มันจะทำให้คุณยิ่งพูดลำบากขึ้นเท่านั้น ทุกครั้งที่คุณมีโอกาสพูดภาษาอังกฤษ เช่นในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ คุณควรจดบันทึกไว้ว่ามีกี่ครั้งที่คุณได้พูดหรือมีส่วนร่วมในชั้นเรียน และหลังจากนี้พยายามพูดให้มากขึ้นเป็นสองเท่าในการเรียนครั้งต่อไป


2. ไม่ต้องกล่าวขอโทษ

การพูดว่า “ขอโทษที ฉันไม่พูดภาษาอังกฤษ” อาจเป็นเพราะว่าคุณกลัวจะพูดผิด แต่สิ่งนี้ไม่ควรทำอย่างยิ่ง จำไว้ว่าคุณกำลังเรียนรู้และนั่นหมายความว่าการที่คุณพูดผิดหรือพูดประโยคไม่สมบูรณ์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติมาก แทนที่คุณจะบอกว่า ฉันไม่พูดภาษาอังกฤษ ซึ่งอาจเป็นการปิดโอกาสของตัวเองในการฝึกพูด คุณลองใช้คำพูดอื่นแทน เช่น “ฉันขอโทษที คุณช่วยพูดซ้ำอีกครั้งได้ไหม / คุณพูดช้าลงหน่อยได้ไหม / คุณพูดอีกแบบหนึ่งได้ไหม (I’m sorry could you repeat that/speak slower/say it differently?” หรือ“ คุณอธิบายหน่อยได้ไหม (Could you explain that?)” ประโยคเหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ให้เป็นโอกาสในการฝึกฝนการพูดภาษาอังกฤษของคุณได้อีกครั้ง


3. อย่ากลัวที่จะพูดผิด!

ความกลัวเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้และเป็นสิ่งไม่จำเป็นอย่างยิ่ง หากคุณยอมแพ้ที่จะฝึกพูดเพราะคุณกลัวว่าคนอื่นจะหัวเราะเยาะคุณ หรือคุณคิดว่าคุณมีความรู้ไวยากรณ์เป็นอย่างดีแต่ทำไมถึงไม่สามารถพูดสนทนาในสถานการณ์จริงได้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้พัฒนาด้านการพูดของคุณลดลง จำไว้ว่าทุกคนที่เคยเรียนภาษาล้วนเคยพูดผิดพลาด รู้สึกว่าตัวเองโง่ และคิดว่าไม่เก่งเหมือนคนอื่น ๆ ในชั้นเรียนด้วยกันทั้งนั้น แต่ข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงสิ่งที่คุณจะต้องเรียนรู้กับมันเท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าคุณอยากพูดภาษาอังกฤษได้ดี คุณต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาดต่าง ๆ มากมายเหล่านี้


4. อย่ายอมแพ้

คล้ายกับตอนที่คุณพยายามเริ่มเรียนรู้ทักษะอะไรใหม่ ๆ มักจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่คุณรู้สึกว่าคุณคงจะทำไม่ได้แล้วล่ะ จงจำไว้ว่าไม่มีใครที่เกิดมาแล้วจะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลยอย่างเป็นธรรมชาติถ้าเขาไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก ซึ่งจริง ๆ มันก็คล้ายกับการฝึกทักษะใดก็ตาม ยิ่งคุณฝึกฝนมากและยิ่งฝึกฝนนานเท่าไหร่ คุณก็จะเก่งมากขึ้นเท่านั้น คุณควรจินตนาการว่าตัวเองเป็นนักกีฬาที่อยู่ในช่วงการฝึก ซึ่งต้องการเวลาฝึกฝนเพื่อให้ประสบความสำเร็จ


5. อย่าแปลแบบ 'คำต่อคำ'

หากคุณพูดแบบแปลทุกคำที่คุณได้ยินในภาษาแม่ของคุณ มันจะทำให้พัฒนาการด้านการพูดของคุณถดถอยลงอย่างมาก แทนที่จะพูดแบบแปลคำต่อคำ คุณควรเลือกใช้คำที่คุณเข้าใจและสามารถสื่อให้เข้าใจความหมายของบริบทในภาพรวมในระหว่างการสนทนา นอกจากนี้คุณอาจใช้ท่าทางและการแสดงออกทางสีหน้า รวมถึงการใช้ภาพหรือการแสดงอื่นๆ ประกอบการในการพูดด้วย


6. ฟังทุกอย่าง!

หากคุณฟังเนื้อหาที่มีโครงสร้างไวยากรณ์หรือใช้คำศัพท์ยากเกินไป อาจทำให้คุณเรียนรู้ได้ยากขึ้น น่าจะดีกว่าถ้าเราเรียนจากประโยคที่เข้าใจได้ง่ายและสามารถทำให้คุณฝึกพูดให้คล่องแคล่วได้ง่ายขึ้น คุณยังสามารถฝึกจากการดูภาพยนตร์ภาษาอังกฤษ, รายการโทรทัศน์, หนังสือเสียง และวิทยุ ซึ่งคุณจะเข้าใจและจดจำภาษาอังกฤษที่ใช้ในสถานการณ์จริงได้ดีว่าการเรียนจากในหนังสือ


7. จดบันทึก

มันอาจจะมีประโยชน์หากคุณพกสมุดบันทึกไว้กับคุณตลอดเวลาหรือใช้แอพในโทรศัพท์ของคุณบันทึกข้อความต่าง ๆ ที่คุณได้ยินไว้ ถึงแม้ว่าคุณอาจยังไม่เข้าใจความหมายของคำนั้น ๆ นอกจากนี้คุณอาจบันทึกคำที่คุณคิดว่ามันเป็นประโยคเจ๋งๆ ที่คุณอยากจะใช้มันอีก การจดบันทึกทำให้คุณจดจำประโยคหรือคำศัพท์ได้มากขึ้น และสามารถเปิดทบทวนได้เมื่อคุณลืม นอกจากนี้ยังช่วยทำให้คุณพูดเป็นรูปประโยคได้แทนที่จะพูดเป็นแค่คำเดี่ยวๆ


8. กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน

เพื่อให้คุณมีความมุ่งมั่นและแรงกระตุ้นอยู่ในใจตลอดเวลา คุณต้องระลึกเสมอว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่และทำไมถึงทำสิ่งนั้น หาคำตอบให้ได้ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไรผ่านคำถามเหล่านี้ เช่น คุณต้องการเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาใหม่ของคุณหรือไม่ คุณต้องการเดินทางไปยังประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษหรือไม่ คุณจะไปทำงานในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษหรือไม่? คุณต้องการใช้เวลานานแค่ไหนในการเรียนภาษาอังกฤษ คุณต้องการเรียนด้วยวิธีใด คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณอยู่ในจุดคุณประสบความสำเร็จในการเรียน


9. ถ้าเรียนแบบเดิมไม่ได้ผล ก็ลองเปลี่ยนวิธีดู

หากคุณรู้สึกว่าคุณถึงทางตัน เรียนภาษาอังกฤษนานแล้วแต่ไม่ได้ผลสักที คงถึงเวลาที่จะต้องปรับใปใช้วิธีการเรียนรู้แบบอื่นแทน อย่าลืมว่าการเรียนภาษาด้วยวิธีการที่หลากหลายจะช่วยทำให้คุณเรียนรู้ได้เร็วมากขึ้น ลองเรียนรู้ผ่านวิธีการต่าง ๆ เช่น แหล่งการเรียนรู้ออนไลน์, พอดคาสต์, วิทยุดิจิตอล, ภาพยนตร์และทีวี, ฝึกสนทนากับชาวต่างชาติ1เจ้าของภาษาผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Skype, ฟังเพลงภาษาอังกฤษ หรือแม้แต่เรียนกับครูคนใหม่


10. ความต้องการการเรียนรู้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

จริงอยู่ที่การเรียนภาษาอังกฤษต้องเรียนจากใช้หนังสือ แต่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับเนื้อหาเฉพาะที่มีอยู่ในหนังสือเท่านั้น เพราะความต้องการในการเรียนรู้ของคุณอาจไม่ตรงกับสิ่งที่หนังสือเขียนไว้ เนื้อหาในหนังสือเรียนมักเขียนไว้แบบกว้าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับคนทุกกลุ่ม ดังนั้นหนังสือควรใช้เป็นเหมือนแหล่งข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ในขณะที่คุณควรจะกำหนดโครงสร้างเนื้อหาการเรียนด้วยตัวของคุณเองเพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่คุณต้องการจะเรียน


11. และสิ่งสุดท้าย .... ทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ!

หากคุณบอกตัวเองเสมอ ๆ ว่าคุณสมองทื่อ พูดสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ ดังนั้นคุณก็จะไม่มีวันพูดภาษาอังกฤษได้เลย คุณเพียงแค่รับรู้ข้อผิดพลาดหรือปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วพักสมองบ้าง คุณจะต้องยอมรับว่าถึงแม้ว่าจะยากแต่เพียงต้องพยายามฝึกฝนและสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ ทุกคนรวมถึงตัวคุณเองสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้เพียงต้องใช้เวลาและความพยายามเท่านั้นเอง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Study International Staff

Address

Contact

11 อาคารทวีคูณ ห้อง M5
ซอยสุขุมวิท70(เศวตวิทย์)
ถนนสุขุมวิท แขวงบางนาเหนือ
เขตบางนา กทม 10260

Email :  desol@ds-english.com
Tel :      02-102-1465-6

  • Facebook

© 2020 All Rights Reserved by Development Solutions Training Co.,Ltd.